หน้าแรก

diveinfo.net

หน้าแรก    กระดาน    ห้องสนทนา    ตลาด    บทความ    ห้องภาพ    อุปกรณ์    ประชาสัมพันธ์    ร้านดำน้ำ    เรือดำน้ำ    หนังสือ    Links    ติดต่อ

ความสำคัญในการทำการพักน้ำที่ความลึกหลายๆขั้น Revised 7/09/2007: สยาม สกูบ้า ไดฟ์วิ่ง - ชุมชนนัก ดำน้ำ : Siam Scuba Diving - Thailand Scuba Diving Community

ความสำคัญในการทำการพักน้ำที่ความลึกหลายๆขั้น Revised 7/09/2007

น้องTeen 08-06-2547   แก้ไขสำหรับผู้เขียน แจ้งลบ
ให้คะแนน 3 ท่าน
ความเห็น 12, อ่าน 7553, ล่าสุด 22-10-2560, 21:34:45


ภาพที่ 1

ความสำคัญในการทำการพักน้ำที่ความลึกหลายๆขั้น  
สรุปและเรียบเรียง จากบทความ The Importance of Deep Safety Stop ของ Richard L.Pyle


deepstop.htm

ก่อนที่จะเริ่มต้นอ่านต่อไป  ขอให้ผู้อ่านทุกท่านทำความเข้าใจอย่างดี ก่อนนะว่า  พอดี ฉันได้มีโอกาสไปอ่านบทความนี้  เห็นว่าน่าสนใจ และคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์ สำหรับ เพื่อนๆนักดำน้ำทุกคน อย่างไรก็ดีขอให้ใช้วิจารณญาณและประสบการณ์ดำน้ำแต่ละคน ตัดสินใจหรือถามจากผู้รู้ท่านอื่น  ขอทำความเข้าใจอีกนิดว่าฉันไม่ได้แปลบทความมาให้อ่าน   แต่ขอสรุปและเรียบเรียงตามความเข้าใจของฉันเอง  และก็ ด้วยภาษาของตัวเอง แบบเล่าสู่กันฟัง  ถ้าคุณผู้อ่านสนใจที่จะอ่านต่อไป  ก็ให้เข้าใจสองข้อนี้ไว้ในขณะที่อ่านบทความต่อไปนี้

ขอเริ่มต้นกล่าวถึงผู้เขียน นาย Richard L.Pyle ก่อนว่า เขาเป็นนักวิจัยปลา  ต้องลงไปเก็บตัวอย่างปลาที่ความลึกต่างๆ ลึกสุดก็ช่วง 180-220 ฟุต หรือประมาณ 36-66 เมตร  ลงบ่อยจนนับจำนวนไดฟ์ไม่ถ้วนแล้ว   และเริ่มสังเกตถึงอาการป่วยเหมือนๆกันที่เกิดหลังดำน้ำ  คือหลังจากไดฟ์ก็จะเริ่มรู้สึก เหนื่อย หรือ คลื่นเหียนวิงเวียนศีรษะ   และก็เห็นได้ชัดว่า อาการหลังดำน้ำพวกนี้เกิดจากการที่มี Nitrogen สะสมอยู่ในร่างกายมากเกินไป   เพราะอาการพวกนี้จะเป็นหนัก  จากไดฟ์ที่ลงไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงที่ความลึก 200 ฟุต หรือ 60 เมตร  มากกว่าที่จะเป็นในไดฟ์ที่ลงนานถึง 4-6 ชั่วโมง แต่ตื้นๆ      

สิ่งที่น่าสนใจและน่าปวดหัวก็คือ อาการนี้ไม่ได้เกิดสม่ำเสมอทุกไดฟ์   บางครั้งก็ไม่มีอาการอะไรเลย  บางครั้งเพลียจนขับรถกลับบ้านหลังดำน้ำไม่ได้    และด้วยความเป็นนักวิทยาศาสตร์ นายRichard ก็พยายามหาความสัมพันธ์ระหว่างไดฟ์ที่มีอาการป่วยหนักๆกับทุกการกระทำตั้งแต่ก่อนดำน้ำ  จนหัวจมน้ำ  คือคิดตั้งแต่ อุณหภูมิใต้น้ำ  , คลื่นที่ผิวน้ำ, อาการขาดน้ำ,  การอดหลับอดนอนก่อนการดำน้ำ และ อื่นๆอีกมากมาย   แต่ก็ไม่มีอะไรที่สามารถบอกผลได้แน่ชัด   สุดท้ายก็ได้คำตอบ  ว่า ............เป็นเพราะ........ปลา !!!!   แล้วมันเกี่ยวกันยังไง   สรุปคือ ไดฟ์ไหนที่ลงไปแล้วจับปลาและนำปลาขึ้นมาได้   ไดฟ์นั้นแทบจะไม่มีอาการป่วยอะไรเลย   แต่ไดฟ์ไหนที่จับปลาไม่ได้ก็จะมีอาการป่วยเกิดขึ้น  

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วทุกคนคงจะคิดว่าจะเป็นไปได้อย่างไร?   มันไปเกี่ยวกับการจับปลาได้ไง  คนเขียนนี่ต้องมั่วสรุปแน่เลย   จับปลานะ(ไม่ใช่ตกปลา)  เขาต้องไปว่ายไล่จับปลาซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ     ลงไปจับปลานี่ต้องออกแรงและซดอากาศ  เป็นการอัดไนโตรเจนเข้าร่างกายแน่นอน   ข้อนี้เราน่าจะรู้กัน    แต่ที่ทุกคนไม่รู้คือ  เวลานำปลาขึ้นมาจากความลึก  นาย Richard ต้องหยุดบ่อยๆเพื่อคอยเอาเข็มแทงเข้าไปที่ปอดปลาเพื่อลดความดันในตัวปลา  (เดี๋ยวปลาปอดแตก...ตาย)  เพราะตัวอย่างปลาที่ต้องการ คือ ปลาเป็นๆ ไม่ใช่ปลาตาย  ซึ่งการหยุดเพื่อที่จะเจาะถุงลมปลาก็จะหยุดที่ความลึกที่ระดับลึกกว่าการบังคับพักน้ำขั้นแรกของการดำแบบติดDecompression (หรือการดำแบบมีการหยุดเพื่อลดแรงกดดันในร่างกาย)  

อธิบายให้เข้าใจง่ายๆแบบยกตัวอย่างให้เห็นก็คือ  เมื่อนาย Richard นำปลาขึ้นมาจากความลึก 200 ฟุต หรือ 60เมตร   การหยุดขั้นแรกตามตารางการหยุดเพื่อลดแรงกดดันน้ำ (Decompression Table) คืออยู่ราวๆ 50 ฟุต หรือ 15 เมตร   แต่นาย Richard จะต้องลดแรงกดดันน้ำในตัวปลาที่ความลึก 125 ฟุต หรือ 37 เมตรก่อน  โดยจะใช้เวลา 2-3 นาทีที่ความลึกนั้น    ทีนี้เราลองคิดตาม ... เวลาเก็บตัวอย่างปลาได้แทนที่นาย Richard จะเริ่มหยุดทำการลดความดันที่ 50 ฟุตหรือ 15 เมตร   กลับต้องหยุดที่ความลึก 125 ฟุต หรือ 37 เมตร สัก 2-3นาที ก่อน  ซึ่งตามหลักการที่ว่าด้วยการดูดซึมก๊าซเข้าสู่หลอดเลือดและเนื้อเยื่อแล้ว (ซึ่งเป็นหลักการที่ใช้กับDive Computer ทุกวันนี้)   ก็จะหมายความว่า การที่นาย Richard หยุดเพิ่มอีก 2-3 นาที ที่ความลึก 125 ฟุต หรือ 37 เมตร แทนที่จะระบายไนโตรเจนออกเค้าได้เพิ่มปริมาณไนโตรเจนเข้าไปอีก  (ย้ำว่าตามหลักการคำนวณ)  ซึ่งก็หมายความว่าการกระทำแบบนี้ น่าจะเพิ่มปัญหาเกี่ยวกับโรคที่เกิดจากแรงกดดันขึ้นไปอีก

หลังจากสรุปหาความสัมพันธ์ได้จากไดฟ์เก็บตัวอย่างปลากับอาการเหนื่อยและง่วงซึมที่ลดลง  นาย Richard จึงเริ่มทำ Deep Stop (ขอเรียกการหยุดที่ความลึกที่เกินกว่าตารางคำนวณออกมาว่า Deep Stop หรือ แปลเป็นไทยว่า การพักน้ำแบบลึกกว่ากำหนด)   ทุกครั้งไม่ว่าจับปลาได้หรือจับปลาไม่ได้  และลองเดาสิว่าผลเป็นยังไง    ทุกครั้งที่ทำ Deep Stop อาการเหนื่อยและเพลีย หายไปหมด  นาย Richard ยังบอกว่า เค้าสามารถไปดำน้ำลึกๆได้ในตอนเช้า แล้วกลับมาทำงานตอนบ่ายถึงเย็นจนเสร็จได้ในวันเดียว   และหลังจากทำDeep Stop มาเป็นปีๆ นาย Richard ก็เชื่อว่า การทำDeep Stop สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิด โรคที่เกิดจากแรงกดดัน(DCS)ได้  

และในบทความนี้ก็มีเขียนถึงเหตุผลทางสรีระวิทยาว่า ทำไมทำ Deep Stop แล้วถึงไม่เป็น DCS  ซึ่งก็เป็นเรื่องลึกซึ้งและยากเกินกว่าที่ฉันจะอธิบายออกมาได้  ใครอยากรู้ว่าทำไม ก็ขอเชิญเข้าไปอ่านต่อได้ในนี้
http://www.diveright-coron.com/deepstop.htm

ขอสรุปวิธีการคำนวณ Deep Stop และ การทำ Deep Stop ดังนี้

1. Deep Stop แรกที่ทำคือ  50% ของความลึกสูงสุด  ยกตัวอย่าง  หากไดฟ์นี้เราดำน้ำลึกสุด 30 เมตร  ฉะนั้น Deep Stop แรก คือ

50% ของ 30 = 15 เมตร  เป็นเวลา 1 นาที  

หลักการ ที่สำคัญสำหรับ Deep Stop คือ อย่าอยู่นานเกินที่กำหนด ( 1 นาที ) เพราะนั่นหมายถึงว่า เราได้ระบายฟองอากาศที่ความลึก 30 เมตรออก  แต่ เราได้นำฟองอากาศที่ 15 เมตรเข้าไปด้วย    


2. จากนั้น ให้ทำ  Stop 1 นาที  ทุกๆ 3 เมตร  (หรือ ที่ หาร 3 ลงตัว)  
จากตัวอย่างข้อที่หนึ่ง  Stop ต่อๆมาคือ  

12 เมตร = 1 นาที  
9 เมตร = 1 นาที  
6 เมตร = 3 นาที (Safety Stop)
3 เมตร = 1นาที Stop และ 1 นาที เพื่อขึ้นสู่ผิวน้ำ

  
หลังจากที่ Team Teen Diving และ Sunday Divers ของเรา ได้ทำ Deep Stop ทุก Dive หลังจากที่ได้อ่านพบ บทความนี้  จำนวนไดฟ์คร่าวๆที่ได้ทำ Deep Stop มีไม่ต่ำกว่า 200-300 ไดฟ์  พวกเราได้พบว่า  ขณะที่พักน้ำอยู่ระหว่างไดฟ์  พวกเรารู้สึกดีขึ้น  ไม่เหนื่อย ไม่เพลีย เหมือนแต่ก่อน  โดยเฉพาะตัวฉันเอง ที่ต้องตื่นตั้งแต่ ตี 5 เพื่อขับรถไปดำน้ำที่ สัตหีบ  ฉันพบว่า เมื่อฉันทำ Deep Stop ฉันไม่ง่วงและไม่ต้องนอนตอนกลางวัน  และยังสามารถขับรถกลับบ้านได้อย่างสบายๆในวันเดียวกัน   ความรู้สึก เหนื่อย หรือ เพลีย นั้น น้อยกว่า แต่ก่อนมาก        


ขอเพิ่มเติมความรู้จากครูMarlinไว้ด้วยกันเลยนะคะ

เพิ่มเติมอีกนิดจากที่เคยอ่านมา รวมทั้งที่น้องทีนแนะนำให้อ่าน เขาว่ากันว่าการทำ Deep Stop นั้น ถึงแม้จะต้องจ่ายด้วยการมีไนโตรเจนสะสมเพิ่มกว่าที่ควรจะเป็น (หากคำนวนตามหลักคณิตศาสตร์) และทำให้เราต้องมีเวลา NDL น้อยลง แต่สำหรับหลักทางสรีรวิทยาแล้ว ว่ากันว่าจะทำให้การระบายฟองอากาศขนาดจิ๋ว (Micro Bubble) ง่ายและมากขึ้นครับ

ลองนึกภาพของฟองอากาศเล็กๆ ที่เกิดขึ้นขณะที่เราดำน้ำ ถึงแม้จะเป็นฟองอากาศที่ไม่ทำให้เกิดอาการใดๆ แต่ก็เป็นฟองอากาศที่ต้องระบายออกจากร่างกาย เมื่อเราอยู่ที่ความลึกนั้น ฟองเหล่านี้ก็จะเล็กมากจนออกจากร่างกายได้อย่างง่ายดาย แต่หากเราไม่หยุดให้มันระบายออกสักระยะหนึ่ง (เช่นสักสองนาที) มันก็จะระบายออกช้าลง และบางส่วนหลงเหลืออยู่ในร่างกายของเราจนเราขึ้นมาถึงจุด Safety Stop (ห้าเมตร) ตอนนั้นก็จะมีฟองขนาดใหญ่ขึ้นหน่อยหนึ่งอยู่จำนวนมากที่จะแย่งกันออกจากร่างกายเรา

การทำ Deep Stop จึงเป็นเทคนิคที่ทำให้ฟองอากาศเล็กๆ ออกไปจากร่างกายเราก่อนที่จะถึงจุดที่เราทำ Safety Stop (หรือ Deco Stop ของ Technical Divers) นั่นเองครับ คนที่ไม่ทำ Deep Stop จึงอาจมี Silent Bubble ตกค้างอยู่ในร่างกายมาก และทำให้เกิดอาการเหนื่อย เพลีย ง่วงเหงาหาวนอน หลังจากการดำน้ำมากหน่อย

เนื่องจากเป็นเทคนิคใหม่ ก็เลยยังมีการถกเถียงกันเยอะในหมู่นักวิชาการเกี่ยวกับการดำน้ำ ก็เลยต้องทดลองกับตัวเองดูก่อนก็แล้วกันครับ ไดว์ไหนที่ดำลึกและมีระยะทางจากความลึกระดับสุดท้ายห่างจาก Safety Stop มากๆ ลองทำ Deep Stop ดูแบบที่น้องทีนแนะนำ เปรียบเทียบกันกับวันที่ไม่ทำดูซิ ว่าความรู้สึกแตกต่างกันอย่างไร

เท่าที่ผมทำมา ก็รู้สึกมากเหมือนกันว่ามันสดชื่นกว่าเดิม แต่ไม่ทราบว่าเป็นอุปาทานหรือเปล่านะครับ

address: 202.133.163.151


ความเห็นจากผู้อ่าน

ความเห็นที่ 1 :  K.Jung    posted: 08-06-2547, 15:13:45         แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
Thank you very much krub

address: 203.170.229.241

ความเห็นที่ 2 :  แอน    posted: 28-07-2547, 00:37:51   งดออกเสียง      แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
email: manta_anne@yahoo.com
จะลองไปทำดูนะฮับแล้วได้ผลอย่างไรจะมาบอกอีกที

address: 203.118.110.35

ความเห็นที่ 3 :  ก้อย    posted: 10-08-2547, 00:39:45   งดออกเสียง      แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
ขอบคุณ.. ครู Marlin และน้องทีน ที่นำความรู้ ข่าวสารดีๆ มาแบ่งปันกันค่ะ...

address: 203.170.228.229

ความเห็นที่ 4 :  อ๊าท    posted: 19-08-2547, 16:35:31   งดออกเสียง      แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
น่าสนใจมาก ไว้มีโอกาสจะลองดูคับ

address: 202.57.184.136

ความเห็นที่ 5 :  coolpin    posted: 15-08-2549, 08:21:10         แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
พิสูจน์ โดย DAN แล้ว

DAN research supports deep stops to prevent decompression sickness

Research by Divers Alert Network (DAN) has shown that carrying out an initial stop at a considerably greater depth than the traditional decompression profiles recommend, provokes less bubble formation in the bloodstream of recreational divers.

http://www.divernet.com/news/stories/bends261003.shtml

version แปลเป็นภาษาไทย โดยครูโท wahoo
http://www.wahoodivingcenter.com/learnDetail.asp?id=42



address: 210.4.150.35

ความเห็นที่ 6 :  littlenum    posted: 11-09-2549, 09:01:46   งดออกเสียง      แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
อ่านแล้ว  งับๆๆๆๆ คิดว่าจะลองเอาไปทำดู เหมือนคนอื่นๆๆ น่ะ

address: 58.8.69.230

ความเห็นที่ 7 :  อ็อด    posted: 20-07-2551, 03:41:51   งดออกเสียง      แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
email: oddive@hotmail.com
ในภาษาทางทหารเรือเขาเรียกจุดหยุดลดความกด ได้มาจาก U.S.Navy ถ้ามีโอกาศจะได้ค้นข้อมูลมาให้ครับ

address: 61.7.146.123

ความเห็นที่ 8 :  warakorn    posted: 20-07-2551, 05:14:34   งดออกเสียง      แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
^-^  ขอบคุณมากๆๆครับผม

address: 125.26.89.205

ความเห็นที่ 9 :  ok3    posted: 23-07-2551, 13:47:47   งดออกเสียง      แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
thanks

address: 124.121.122.247

ความเห็นที่ 10 :  bluefin    posted: 24-07-2551, 08:14:40   งดออกเสียง      แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
จะไปลองดูครับ

address: 210.246.79.9

ความเห็นที่ 11 :  talaeng    posted: 29-01-2553, 06:45:56         แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
ช่วยได้มากเลย

address: 202.151.4.24

ความเห็นที่ 12 :  เอิบเปรม    posted: 24-02-2553, 16:29:47   งดออกเสียง      แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
ผมเองก็ทำมาตลอด ตั้งแต่ได้อ่านเจอ
พบว่า อาการง่วงเหงาแทบไม่มี เมื่อเทียบกับครั้งก่อน
และก็แนะนำให้เพื่อนร่วมทีมทำมาตลอด

ปัจจุบันใช้ Dive Comp VR3 ก็ มีฟังชั่นลด Deep Stop ให้ด้วยโดยไม่ต้องร้องขอ

แต่แปลกที่ วารสารของPADI กลับไม่เห็นด้วย และให้ผลการทดสอบว่า ไม่ชัดเจน

address: 118.172.245.205

กรุณา ลงทะเบียน และ login ก่อนส่งความเห็นครับ