หน้าแรก

DiveInfo.net

หน้าแรก    กระดาน    ห้องสนทนา    ตลาด    บทความ    ห้องภาพ    อุปกรณ์    ประชาสัมพันธ์    ร้านดำน้ำ    เรือดำน้ำ    หนังสือ    Links    ติดต่อ

คืนบาปทะเลไทย: สยาม สกูบ้า ไดฟ์วิ่ง - ชุมชนนัก ดำน้ำ : Siam Scuba Diving - Thailand Scuba Diving Community

คืนบาปทะเลไทย

ป.ประจิณ 25-12-2547   แก้ไขสำหรับผู้เขียน แจ้งลบ
ให้คะแนน 3 ท่าน
ความเห็น 6, อ่าน 6229, ล่าสุด 14-08-2560, 03:31:53


ภาพที่ 1

                                                  
                                        คืนบาปทะเลไทย

      ถ้าเปรียบทะเลดุจหญิงสาวแล้วนั้น คืนบาปพรหมพิราม ได้สร้างราคีคาวความเจ็บช้ำ จากซาตานยุคหิน เศษคนเดินดิน อมนุษย์ ให้กับเรือนร่างและจิตใจของเธอ จนยากที่จะลืมเลือนได้ถึงเพียงนี้ เป็นตราบาปชั่วข้ามคืนจากการถูกข่มขืน ลูกผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ต้องประทับ จดจำไว้ใน แผ่นดินทอง แผ่นดินธรรม แผ่นดินไทยนี้
      ค่ำคืนของทะเลไทยในวันนี้ ก็ดูน่าสะพรึงกลัวไม่ต่างกัน ผู้ล่ามากมายเรียงหน้ากันเข้ามา ข่มขืน ด้วยความหื่นกระหาย หวังปลดปล่อยบางสิ่งบางอย่าง ทั้งเพื่อปากท้อง ธุรกิจ และสนองอารมณ์ส่วนตัว กับพื้นน้ำเพียงน้อยนิด ที่ไม่สามารถจะหลีกหนี ต่อสู้หรือเรียกร้องขอความเป็นธรรม เช่นที่หญิงสาวโดนมา
     ถ้าได้มอง ฟัง ให้ดี ๆ จะพบเห็นความทรุดโทรม เศร้าหมอง มีกลิ่นโชยมาจากการเน่าเสีย มีเสียงร้องขอความเมตตาที่แผ่วเบา ผ่านสายลมหลายฤดูกาล และผ่านแสงดาวแห่งศรัทธาถึงผู้ล่าทำลายล้างทุกๆ ท่าน วิงวอนได้คิดกันสักนิด
      เมื่ออนาคตของทะเลถูกไล่ล่าอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ความสมบูรณ์ของมวลชีวิตก็สูญหาย ปลาน้อย ใหญ่ ยากจะหาที่ปลอดภัย แม้จะอยู่แสนไกลตลอดจนเขตห้ามล่า
     วิกฤตการณ์ของท้องทะเลไทยในวันนี้ นับเป็นภาระที่ยิ่งใหญ่ เกินกว่าใครจะทำได้เพียงลำพัง แค่คิดหวังจะยืดระยะเวลาที่อับเฉาให้ยืนยาว ก็สาหัสแล้ว เรามามองดู หาสาเหตุ เพื่อระดมความคิดสู่มิติใหม่ หาทางแก้ไขกันดีกว่า
     หากมองออกไปไกลสุดขอบฟ้ากว้าง ตามความแตกต่างของโลกใบนี้ ดูเหมือนเทคโนโลยีฯ จะไร้จริยธรรมกระนั้นหรือ? ที่ทำให้เกิดเครื่องมือทั้งการทำลายล้าง และสร้างสรรค์ อยู่ในหนึ่งเดียวกัน ผิดแผกที่ผู้ใช้ จะสวมหัวใจอะไรอยู่ ?
     ในปีนี้มีประชากรร่วมโลกกว่า 6 พันล้านคน มี 70 ล้านคนอาศัยอยู่ในประเทศไทย มีช่องว่างของรายได้ระหว่างประเทศรวยกับจน เมื่อสองศตวรรษที่ผ่านประมาณ 5 เท่า และเพิ่มเป็น 400 เท่าในปัจจุบัน
     ประเทศที่เจริญแล้ว หรือบริษัทผู้นำทางด้านเทคโนโลยี ไอที ดิจิทอล พันธุกรรม มีคนระดับมันสมองของโลกไม่มากนักมาร่วมงาน ก็มีรายได้รวมมากกว่า จีดีพี ของหลายประเทศรวมกัน หรือมากกว่าบางทวีปที่สมบูรณ์ด้วย ทรัพยากรธรรมชาติ และจำนวนผู้คนเสียอีก แต่เขาก็ไม่ได้เผื่อแผ่ให้กับสังคมที่อ่อนแอกว่า
     อย่าได้แปลกใจที่ สิงคโปร์ ประเทศที่เป็นเกาะเล็ก ๆ มีรายได้ และมาตรฐานความเป็นอยู่ เทียบเท่าคนในสหรัฐอเมริกา ทั้ง ๆ ที่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากมันสมองของคนเพียงจำนวนน้อย ก็เป็นผู้นำที่ก้าวหน้าประเทศหนึ่งในโลก
     แต่คนไทยพอลืมตาขึ้นมาก็มีหนี้ 80,000. บาท.ที่ผู้ใหญ่ของชาติสร้างไว้ให้ และมีขุมทรัพย์ที่เป็นทรัพยากรของชาติ ที่ต้องแย่งชิงกันดุจสุนัขล่าเนื้อ ก้อนสุดท้ายใกล้จะหมด ทั้งที่เป็นสินทรัพย์ในอนาคต สมบัติของลูกหลาน แต่ก็ถูกนำมาผลาญกันในวันนี้
     หลายสิบปีผ่านมา การพัฒนาเศรษฐกิจของไทย ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางการเกษตร พืชไร่ ป่าไม้ แร่ธาตุต่าง ๆ ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ ถูกนำมาใช้ค้าขายจนใกล้จุดวิกฤต การศึกษาจึงเริ่มคืบคลานเหมือนเต่า ถึงตอนนี้ก็ยังอ่านหนังสือกันได้ คนละไม่กี่บรรทัดต่อปีโดยเฉลี่ย
     เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม พื้นที่ป่าชุ่มน้ำ ชายเลน สวน ไร่นา รอบ ๆ อ่าวไทยตอนบนถูกทำลาย เป็นเมืองขนาดใหญ่ที่ขาดการวางแผนที่ดี แหล่งของชุมชน ที่อยู่อาศัย โรงงาน พาณิชนาวี ธุรกิจบริการ ตั้งแต่ด้านจังหวัดประจวบ สมุทรสาคร สมุทรปราการ  ชลบุรี ถึงระยอง กลายเป็นพื้นที่เสื่อมโทรม และยังได้ขยายตัวออกสู่ทุกภาค ขนานไปกับแม่น้ำสายหลัก ซึ่งเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงคนไทยทั้งประเทศ
      ทุกๆ กิจกรรมของมวลมนุษย์ ล้วนเป็นแหล่งผลิตมลภาวะ ขยะ มลพิษ ชนิดต่าง ๆ ไหลลงสู่ แม่น้ำ ลำคลอง อ่าวไทยตอนบน จนเกินกว่าทีน้ำทะเลใสจะรองรับความสกปรก โสโครกจะกำจัดได้ทัน จนน้ำเองต้องเจ็บป่วย เน่าเสีย ไม่มีโอกาสได้หยุดพักฟื้นสักค่ำคืน เหมือนโดนข่มขืน โดยคนหื่นพรหมพิราม
     อ่าวไทยตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะพันธุ์สัตว์ทะเล แหล่งอาหารขนาดใหญ่ ถึงวันนี้เป็นได้แค่เพียง บ่อบำบัดน้ำเสีย ที่ไร้คนและเทคโนโลยีฯ คอยช่วยเหลือดูแล จะมีก็แต่สายลม แสงแดดช่วยแผดเผา พอได้บรรเทาความเน่าเสียไปวัน ๆ
     พวกเรานักตกปลา ดำน้ำทั้งหลาย ยังจะหวังให้มีปลามากมาย กองหินหรือแนวปะการังที่สวยงามเหมือนเดิมอีกหรือ ?
     เรือประมงมากมายในอ่าวไทย ทั้งถูกต้อง และผิดกฎหมาย ยังช่วยเร่งให้สัตว์น้ำสูญพันธุ์เร็วขึ้น จากอวนลาก อวนดุน อวนล้อม ระเบิดปลา การล่าเกินขนาด ลูกปลาขนาดเล็กก็ไม่มีการละเว้น เป็นเช่นนี้มาช้านานจนใกล้จะอวสานทะเลไทย
     เมื่อทะเลไทยหมดปลา เรือประมงขนาดใหญ่นับพันลำ ก็เข้าไปอาศัยหากินกันเต็มน่านน้ำอินโดนีเซีย ทั้งเหนือ ใต้ ตลอดจนรอยต่อน่านน้ำประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้ก็หาปลายากขึ้นทุกวัน จะมีปลาขนาดใหญ่สักกี่ตัวที่รอดมาถึงอ่าวไทย และได้พบกับนักตกปลาผู้โชคดี ซึ่งจะใจดีหรือเปล่าไม่รู้ ?
     มันเป็นเรื่องยากที่จะแก้ไข เมื่อไทยส่งออกอาหารเป็นอันดับ 8 ของโลก ในนั้นมีอาหารทะเลอยู่ด้วย ถึงจะได้มาจากเพื่อนบ้าน เพราะทะเลของเราหมดปลาแล้ว แต่เราก็ไม่เคยสงวนรักษา ฟื้นฟู อนุรักษ์ทะเลบ้านเราอย่างจริงจัง
     ถ้าเราไม่คิดจะเป็นไทในวันนี้ อาจจะต้องขายปลาหมดท้องทะเลไทย เพื่อซื้อเรือดำน้ำใหม่สักลำ แล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะรบเอาชนะกับความยากจนได้อย่างไร ?
     สิ่งเฉพาะหน้าที่ต้องทำ คือ กำหนดกฎเกณฑ์ กติกา มารยาท จริยธรรม ของนักตกปลาที่จะช่วยกันเผยแพร่ตัวอย่างที่ดีสู่สังคม ก็ต้องรีบสรุปกันขึ้นมา ใช้ไปก่อน แต่ระยะยาวต้องให้รัฐบาลเร่งการศึกษา พัฒนาคน ไอที วิทยาศาสตร์ คิดค้น ประดิษฐ์ สร้างมูลค่าเพิ่ม ลดความยากจนของรากหญ้า ลดความละโมบของนายทุนบ้าง เราจะได้รบกวนธรรมชาติให้น้อยลง เร่งฟื้นฟู เก็บเอาไว้พักผ่อนให้มากกว่าเค้นเอามาใช้จนหมด สินในน้ำอาจอยู่ยั่งยืนถึงลูกหลาน
      งานใหญ่ขนาดนี้ คงต้องอาศัยพลังทั้งแผ่นดินร่วมด้วยช่วยกัน “ไถ่บาปทะเลไทย”

                                                -จบ-


                            ( งานเขียนเก่าเอามาฝากไว้ในเวปนี้)

address: 203.150.217.111


ความเห็นจากผู้อ่าน

ความเห็นที่ 1 :  บุ้งทะเล    posted: 25-12-2547, 04:25:30         แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
ใช้ครับ เอาง่ายๆ ไกด์เถื่อน. ฝรั่งเลวๆมาอยู่เมืองไทยแย่ใช้ทรัพยากรของเราไปจนเกือบจนหมดอยู่แล้ว ......PP.สิมิลันพังไปเยอะแล้ว..................
ฝรั่งที่ดีก็มีแต่ "น้อย"

address: 203.170.229.241

ความเห็นที่ 2 :  Rasbora    posted: 04-01-2548, 02:04:32   งดออกเสียง      แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
ธรรมชาติได้เรียกร้องเอาความเสียเปรียบที่มนุษย์ย่ำยีบีฑามาจนแทบที่จะหมดความความเป็นตัวของเองคืนไปแล้วล่ะ ทั้ง พีพี สะมิลัน ได้กลับคืนสู่สภาพของเธออีกครั้ง  

address: 203.155.63.130

ความเห็นที่ 3 :  ปุ๊ย    posted: 04-01-2548, 18:30:05         แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
อ่านบทความนี้ก่อนวันที่เกิดสึนามิ วันเดียว โดยอ่านผ่านอย่างเร็วๆ วันนี้มีเวลาได้กลับมาอ่านอย่างพิถีพิถันอีกครั้ง หลังจากยุ่งกับภาระกิจทั้งงานประจำ และ ภาระกิจเรื่องสึนามิโดยเฉพาะไปหลายวันติดต่อกัน

อ่านเรื่องของพี่ ป.ประจิณ แล้ว เป็นการย้ำความเชื่อที่ว่า "คน" เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศ พัฒนาสังคมจริงๆ โดยเฉพาะปัจจุบัน การแข่งขันเปลี่ยนไป ยุคนี้เรียกว่ายุคแห่งการเรียนรู้  การจะพัฒนาประเทศ หรือ สังคม อยู่ที่คนเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด

อีกสิ่งที่คิดมาหลายวัน คือ ธรรมชาติ เป็นสิ่งที่เกินความควบคุมของมนุษย์จริงๆ แม้วิวัฒนาการ เทคโนโลยีจะก้าวไกลไปเพียงใด ก็ไม่อาจต้านทานพลังจากธรรมชาติ ในรูปแบบต่างๆ ได้เลย บางทีเหตุการณ์เหล่านี้อาจจะเป็นการบอกว่า มนุษย์เรา ไม่ได้เป็นเจ้าของโลกนี้ ที่จะทำอะไรก็ได้กับสิ่งแวดล้อม หรือ ธรรมชาติ  

address: 203.107.206.133

ความเห็นที่ 4 :  นายอินทร์    posted: 13-01-2548, 10:24:12   งดออกเสียง      แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
ขอโทษ Web Master ด้วยครับที่ใช้คำ"พ่อขุน" เพราะเห็นว่าชัดดีในความหมาย. อีกทีครับ.

เห็นด้วยกับ ความเห็นข้างต้น รวมทั้ง อ. ประจิณ ครับ. "ธรรมชาติเอาคืน" แล้วหละครับ หลังจากตักตวงจากเธอมานาน...(แต่ก็สลดที่ต้องมีการสูญเสีย)

ฝากผู้ที่มีความรู้-ความสามารถ ช่วยฟัดกับคนที่มากอบโกย ทรัพย์ สมบัติชาติทีเถอะครับเอาให้จริงจังซักทีไม่ว่าเป็นใคร เพราะจะได้เหลือไว้ให้ลูกหลานได้เรียนและรู้จัก รักษ์ในทรัพย์ที่ตนมี    และอีกอย่างยังไง ฝรั่งก็ยังคงเป็น" นักล่าอาณานิคม" อยู่วันยังค่ำ.

"จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักษ์ชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกีรติดำรงค์ จะปิดทองหลังองค์ พระปฏิมา"

address: 202.176.187.194

ความเห็นที่ 5 :  oxygen    posted: 16-01-2548, 16:27:15   งดออกเสียง      แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
email: madfish@chaiyo.com
ธรรมชาติสร้างมนุษย์
มนุษย์ ทำลายธรรมชาติ
ธรรมชาติ  กำลังจะทำลายมนุษย์บ้าง  
มันผิดหรือ........

madfish@chaiyo.com

address: 203.155.239.152

ความเห็นที่ 6 :  junkkung    posted: 10-07-2552, 09:06:22         แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
ผมก็เป็นคนนึงใน จ.สมุทรสาคร บ้านผมแต่โตกับ กทม.((เรียน)) จริงๆแล้วก็เห็นความเปลี่ยนแปลงต่อ อ่าวไทยมาตลอด ทั้งปริมาณปลาที่น้อยลง ทั้งเีรือเล็กก็ไม่ค่อยจะออกไปหาปลาเพราะไม่คุ้มค่าน้ำมัน จริงๆแล้วไม่ใช่ปัญหาใหม่เลย เกิดมาหลายปีแล้ว ไม่เคยมีการแก้ไข

ได้ไปอ่านบทความของ การประมงที่ ญี่ปุ่น ได้รู้ว่าเค้ามีการจัดการที่ดีมาก กฎหมายรุนแรงสำหรับผู้ละเมิด แต่สิ่งหนึ่งที่จับใจความได้คือ เค้ารักท้องทะเลมาก มีการปิดอ่าว ห้ามลากอวนตอนหน้า วางไข่ มีการเพาะพันธ์ปลาส่งเสริมในอ่าว สำรวจปริมาณมลพิษในน้ำ และ ปริมาณสัตว์น้ำ

เข้าใจว่าที่ไทยก็มีครับแต่ไม่มีออกมาให้ข้อมูล แต่เรื่องที่ข้องใจคือเรื่องปิดอ่าว ทำไม่ยากนิครับ เห็นเคยทำด้วยแต่ได้รับการเรียกร้องต่างๆนานา ไม่มีรายได้บ้าง ไม่มีปลาบ้าง ก็เข้าใจครับ แต่ทำไมไม่เข้าใจ ธรรมชาติบ้าง

ให้โอกาสท้องทะเลไทยได้เกิดใหม่ ให้ปลาได้โตเต็มที่ก่อนที่จะหมดไป มันดีกว่าไม่ใช่เหรอครับ

address: 116.68.148.74

กรุณา ลงทะเบียน และ login ก่อนส่งความเห็นครับ