หน้าแรก

diveinfo.net

หน้าแรก    กระดาน    ห้องสนทนา    ตลาด    บทความ    ห้องภาพ    อุปกรณ์    ประชาสัมพันธ์    ร้านดำน้ำ    เรือดำน้ำ    หนังสือ    Links    ติดต่อ

เทคโนโลยีชีวภาพ: สยาม สกูบ้า ไดฟ์วิ่ง - ชุมชนนัก ดำน้ำ : Siam Scuba Diving - Thailand Scuba Diving Community

เทคโนโลยีชีวภาพ

ป.ประจิณ 11-03-2553   แก้ไขสำหรับผู้เขียน แจ้งลบ
ความเห็น 5, อ่าน 4196, ล่าสุด 27-06-2560, 10:53:58


ภาพที่ 1
  
                                  
                                               ผมหมักมาหลายปี...ใช้ดีจึงบอกต่อ

                                                 โรงนาน้ำชีวภาพ (อาร์อีเอ็ม- 3 )
                           Rongna Effective Micro-organisms (REM-3)                            

     น้ำชีวภาพนี้...ผลิตขึ้นจากภูมิปัญญาท้องถิ่น และองค์ความรู้ในเรื่อง “เทคโนโลยีชีวภาพ”(Biotechnology) หมายถึง การนำเอาสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ หรือจุลินทรีย์มาจากทุกภาคของไทย ประเทศซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก  โดยผ่านกระบวนการหมักร่วมกับสมุนไพร เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูง ประหยัดสุด ด้านเกษตรกรรม ปศุสัตว์ โภชนาศาสตร์ และการแพทย์ สามารถใช้ได้กับคน สัตว์ พืชผัก ผลไม้ ตามชื่อทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า “อีเอ็ม”มีใช้กันมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ผสมเข้ากับแนวคิด แก่นธรรม ในทางพุทธศาสตร์...จนออกมาเป็นสุดยอด “น้ำมหัศจรรย์” ที่ปราศจากสารเคมี ไม่เป็นอันตรายต่อทุกชีวิต เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม...มาช่วยกันทำ “ลดภาวะโลก(โรค)ร้อน…ด้วยสมอง และสองมือเรา”

ส่วนผสม Ingredients   (ขออธิษฐานจิตให้ทุกครัวเรือนได้ทำเอง ใช้เอง แล้วเราจะมีความสุข รวย ประเทศชาติเจริญ )
1.น้ำสะอาด       50 %      2.น้ำตาลทรายแดง      10 %      3.สับปะรด        30 %
  4.สมุนไพรไทย  10 %   (กระชายเหลือง  ใบโหระพา  ขมิ้นชัน )
      
       1.น้ำสะอาด...  น้ำถือเป็น 1 ใน 4 ธาตุ ตามหลักความเชื่อในพุทธศาสนาอันมีธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ เป็นประธานของทุกสรรพสิ่งในจักรวาล ทางวิทยาศาสตร์ประกอบไปด้วย “ไฮโดรเจน และ ออกซิเจน” ในอัตราส่วน 1:8 โดยน้ำหนัก ในร่างกายของคน และสัตว์มีน้ำอยู่ประมาณ 70% เป็นตัวนำพาสารอาหารไปเลี้ยงทุกอวัยวะในร่างกาย
      
     2. น้ำตาลทรายแดง (Brown sugar)... คือน้ำตาลที่ผลิตมาจากอ้อย ไม่ผ่านการฟอกสี หรือปั่นแยกผลึกน้ำตาลออกจากกากน้ำตาล เป็นอาหารที่ทำให้จุลินทรีย์มารวมกัน และขยายพันธุ์จนมีจำนวนมากพอนำมาใช้ประโยชน์ ในทางสร้างสรรค์
        
      3.สับปะรด (Pineapple)... มีประโยชน์ และสรรพคุณมากมาก ลดพุง บำรุงการขับถ่าย บำรุงหัวใจ ระบายท้อง ยับยั้งการอักเสบ รักษามะเร็ง เบาหวาน ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี มีสารแอนติออกซิเดนต์ เช่น วิตามินซี เบต้าแคโรทีน แมงกานีส ที่ป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระ มีเอมไซต์ Bromelain. และเอมไซต์คิวเท็น สถาบันวิจัยการแพทย์ ของสหรัฐอเมริกาพบโมเลกุลสองชนิดคือ CCZ และ CCS ซึ่งเป็นเอมไซต์อย่างหนึ่งมีฤทธิ์ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรค กำจัดเซลล์มะเร็งได้หลายชนิด มากกว่ายารักษามะเร็งที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
    
      4.สมุนไพรไทย ... “สมุนไพรไทยนี้มีค่ามาก  พระเจ้าอยู่หัวทรงฝากให้รักษา  แต่ปู่ย่าตายายใช้กันมา  ควรลูกหลานรู้รักษาใช้สืบไป  เป็นเอกลักษณ์ของชาติควรศึกษา  วิจัยยาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมัย รู้ประโยชน์รู้คุณโทษสมุนไพร  เพื่อคนไทยอยู่รอดตลอดกาล”  (พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ)
      
     4.1 กระชายเหลือง... “ราชาแห่งสมุนไพรไทย”  สรรพคุณเหมือนโสมเกาหลี  บำรุงกระดูก ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด ล้างพิษ บำรุงร่างกาย
    
     4.2 ใบโหระพา.. “.ราชินีแห่งสมุนไพรไทย”  สรรพคุณขับลม แก้ไอ แก้บิด ท้องอืดเฟ้อ มีเบต้าแคโรทีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินเอ บี ซี ฟอสฟอรัส น้ำมันหอมระเหย ระงับกลิ่นปาก  ทำน้ำหอม โลชั่น ครีม แชมพูต่าง ๆ
    
     4.3 ขมิ้นชัน...สรรพคุณมีสารเดี่ยว “ เคอร์คูมิล” ใช้ป้องกันและรักษาแผลในกระเพาะอาหาร  ฝี ขับลม การอักเสบ เป็นตัวต้านอนุมูลอิสระ
ป้องกันการทำลาย DNA ที่มาแรงมากในปัจจุบัน
      
      วิธีใช้...อาร์อีเอ็ม-3 เป็นน้ำหมักสมุนไพร เติมเอมไซต์แล้วหมักนานกว่า 5 เดือนจนได้หัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น มีจุลินทรีย์ที่ดีมีประโยชน์ฝ่ายสร้างสรรค์(ธรรมะ) มากมายหลายชนิด...สามารถนำไปปรับใช้กับการอุปโภค บริโภค ได้ตามความต้องการ หรือนำไปต่อยอด ขยาย  ให้ได้ปริมาณมากๆ...ผสมกับน้ำ  1:100 – 500 ใช้กับคน สัตว์ และพืชผักทุกชนิด  ดื่มกิน  ผสมในอาหาร เครื่องดื่ม หมักเนื้อ ดองผลไม้ ผสมน้ำอาบ แช่ ซักเสื้อผ้า ล้างจาน เช็ดพื้น  รดน้ำต้นไม้ ใส่ตู้ปลา  กำจัดน้ำเสีย ปรับสมดุลให้กับทุกชีวิต ต้านภัยโรคร้ายต่าง ๆ ที่มากับโลกร้อน ...ด้วยภูมิปัญญาไทย...พอเพียง...ตามรอยไถพ่อ

( เชิญแสดงความคิดเห็นได้เต็มที่...เพื่อต่อยอดองค์ความรู้นี้อยู่คู่คนไทย ) ...วิธีการหมักไว้จะเขียนตอนหลัง













address: 180.183.25.222


ความเห็นจากผู้อ่าน

ความเห็นที่ 1 :  cocobronco    posted: 12-03-2553, 08:31:28   งดออกเสียง      แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
เอาไว้ผสมน้ำแช่ reg แช่ bcd ให้สะอาดหรือ ทา mask กันฝ้าได้ด้วยไหม
สนใจๆ ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่นำจุลินทรีย์มาจากทุกภาคของประเทศไทย ว่าแต่ใส่จุลินทรีย์จากทุกภาคตอนไหนอ่ะคับ ไม่เห็นมีในส่วนผสม

address: 202.29.83.66

ความเห็นที่ 2 :  ป.ประจิณ    posted: 12-03-2553, 15:56:16   งดออกเสียง      แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
แช่ได้ครับคุณ cocobronco เสื้อผ้าจะสะอาด กันฝ้ายังไม่เคยรอง

จุลินทรีย์จากทุกภาคเป็นสิ่งที่ผมเก็บมาหลายปี จากแหล่งน้ำยอดเขา น้ำตก น้ำพุร้อน หมักจนเป็นเอมไซต์ แล้วใส่1- 5 %ในส่วนของน้ำ...ผู้ทำใหม่คงได้แต่จุลินทรีย์ใกล้ตัวที่มาจากวัสดุ...ก็เพียงพอแล้วครับ...เลยไม่บอกในส่วนผสม ต้องต่อยอดเอาเอง

address: 180.183.25.216

ความเห็นที่ 3 :  hanren    posted: 13-03-2553, 03:01:30   งดออกเสียง      แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
เกี่ยวอะไรกับพุทธศาสนา ... อย่าซื้ซั้วอ้างได้ไหมครับ

น้ำหมักก็คือน้ำหมัก ไม่เห็นจะเกี่ยวกับศาสนาตรงไหน?

address: 61.7.167.204

ความเห็นที่ 4 :  ป.ประจิณ    posted: 14-03-2553, 05:58:31   งดออกเสียง      แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
เกี่ยวกับพุทธศาสนาในเรื่องแนวคิด และสัจธรรมของชีวิตครับคุณ hanren

น้ำหมักในสมัยพระพุทธเจ้าเรียกว่า"น้ำมูตรเน่า"พระองค์ทรงให้พระดื่มปัสสวะตัวเองได้เพื่อขจัด และป้องกันโรคร้ายต่าง ๆ

ผมไม่ได้ซี้ซั้ว...ถ้าคุณศึกษาศาสนาให้ลึกซึ้ง หรือปฏิบัติธรรมในแนวทางวิปัสสนา คุณ hanren จะเข้าใจชีวิต และธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกันอย่างแยกไม่ออก มองป่าทั้งป่า อย่าเห็นต้นไม้เพียงต้นเดียวแล้วบอกว่าเป็นป่า แต่ถ้าเข้าใจใบไม้ในกำมือเดียว คุณก็จะเข้าใจป่าทั้งผืน

ในโลกของสิ่งที่มีชีวิต...ดูเหมือนว่าจะมีแค่สัตว์และพืชเท่านั้น...และต่างก็เกิดจากธาตุ 4 เช่นเดียวกันตามความเชื่อในศาสนา...คนก็เป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง มีจิตของจักวาลอาศัยอยู่ชั่วคราว หมุนเวียนกันไปตามแรงกรรม  เมื่อคนเป็นสัตว์อยู่ในภพภูมิที่5 จาก 31ภพภูมิที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้...ย่อมเกี่ยวของกัน

น้ำหมักที่เราเอามาใช้กับพืช และสัตว์ได้ผลดี...จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราสามารถเอามาใช้กับคนได้เช่นเดียวกัน ด้วยเกิดจากธาตุประกอบเหมือนกัน

แล้วคุณhanrenมองไม่ออกหรือ...ว่ามันเกี่ยวกับศาสนาตรงไหน ?

address: 180.183.26.35

ความเห็นที่ 5 :  นู๋เปิ้ล    posted: 24-04-2553, 16:27:26   งดออกเสียง      แจ้งแก้ไข แจ้งลบ
นานพี่ ป.ประจิน จะเข้ามาซักครั้ง คิดถึงค่ะ ^__^

ในเรื่องของน้ำ EM นั้นเอาไปใช้ได้ประโยชน์หลายอย่างจริง แต่ของเว้นไว้ในเรื่องดื่มกินของคนเถอะค่ะ
เนื่องจากในน้ำ EM มันประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่หมักรวมกันอยู่หลายอย่าง จนไม่สามารถแยกอย่างใดอย่างหนึ่งออกมาได้

เมื่อผ่านกระบวนการต่างๆ นานหลายเดือน ผู้เตรียม และผู้ใช้ที่หลากหลาย ทำให้ไม่สามารถคาดการผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ ถ้าโชคดีธาตุแข็งกินได้ ไม่เป็นไร แต่บางคนอาจไม่โชคดีอย่างนั้น

ในส่วนคุณสมบัติของสมุนไพร ส่วนใหญ่ผู้วิจัยใช้วิธีสกัดแยกส่วนเพื่อทดสอบ และมักใช้แบบกินสด หรือการเตรียมในเวลาสั้นๆ แต่ถ้าหมักไว้นานขนาดนั้นก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ

address: 125.24.73.176

กรุณา ลงทะเบียน และ login ก่อนส่งความเห็นครับ